สธ.ผลักดันกฎหมาย รองรับการแพทย์โฮมีโอพาธีย์ และยาสมุนไพรที่ใช้กว่า 1,000 ตำรับ ให้ประชาชนใช้บริการปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเข้าคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ พร้อมผลักดันเข้าสู่หลักประกันสุขภาพ มั่นใจประหยัดค่าใช้จ่ายรัฐลง 10 เท่า

วันนี้ (9 ธ.ค.) ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานคลินิกโฮมีโอพาธีย์ (Homoeopathy) ซึ่งเป็นการแพทย์ทางเลือก ที่โรงพยาบาลสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์

ดร.พรรณสิริกล่าวว่า สธ.มีนโยบายผลักดันการแพทย์ทางเลือก ให้เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพประชาชนไทยให้มากขึ้นควบคู่ระบบการแพทย์แผน ปัจจุบัน ที่ผ่านมาการแพทย์ทางเลือกมีการนำมาใช้ในประเทศไทยหลายสาขา ทั้งการรักษาอาการเจ็บป่วย การส่งเสริมสุขภาพ เช่น การแพทย์แผนจีน โยคะ การแพทย์จัดกระดูก สมาธิบำบัด ชี่กง ซึ่งระบบการแพทย์ทางเลือกที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา มีกฎหมายรองรับ ได้แก่ การแพทย์แผนจีน และโฮมีโอพาธีย์ ที่ผ่านมาในประเทศไทย สธ.ได้อนุญาตเฉพาะการแพทย์แผนจีนให้สามารถมีใบประกอบโรคศิลปะได้สาขาเดียว ขณะนี้มีแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะได้ทั่วประเทศ 320 คน

สำหรับการแพทย์โฮมีโอ พาธีย์ เป็นการแพทย์ที่เน้นการรักษาอาการป่วยเป็นหลัก ซึ่งจะมีการซักประวัติอาการผู้ป่วยโดยละเอียดใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป ทั่วโลกมีผู้นิยมบำบัดการแพทย์สาขานี้ติดอันดับ 1 ใน 5 จำนวนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน ทั้งยุโรป อเมริกาใต้ เอเชียใต้ และออสเตรเลีย มีการนำสมุนไพรมาใช้ไม่น้อยกว่า 3,000 ตำรับ โดยมีกฎหมายรับรองแล้ว 16 ประเทศทั่วโลก และมีการนำเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อาร์เจนตินา เม็กซิโก อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา เป็นต้น 

ดร.พรรณสิริกล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีการใช้การแพทย์สาขานี้ ในกลุ่มของผู้มีความรู้และมีฐานะ กระทรวงสาธารณสุขไทยมีนโยบายจะผลักดันให้มีกฎหมายรองรับการแพทย์โฮมีโอพาธี ย์ และนำมาใช้ในการรักษาประชาชนทั่วไป โดยจะผลักดันให้ยาสมุนไพรที่ใช้ในการแพทย์ดังกล่าว ซึ่งมีกว่า 1,000 ตำรับ ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาของ อย.ด้วย เพื่อให้โรงพยาบาลต่างๆสามารถนำมาใช้อย่างกว้างขวาง และจะผลักดันให้การแพทย์สาขาดังกล่าวเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเช่นเดียวกับ การแพทย์แผนไทย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประหยัดเงินได้มาก อย่างเช่น กลุ่มยาแก้ปวดแก้อักเสบ ซึ่งมีการใช้ปีละหลายหมื่นล้านบาท หากใช้การแพทย์โฮมีโอพาธีย์จะประหยัดค่าใช้จ่ายลงประมาณ 10 เท่าตัว ลดปัญหาการใช้ยาฟุ่มเฟือยลงได้ ขณะนี้ได้เตรียมนำเสนอคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการยาของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาแล้ว

ทั้งนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดสอนหลักสูตรโฮมีโอพาธีย์ในระดับประกาศนียบัตรแก่แพทย์แผนปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่ปี 2551 โดยมีแพทย์จากยุโรป และอินเดีย มาสอนด้วย ขณะนี้มีแพทย์แผนปัจจุบันจบแล้ว 40 คน และนำไปเปิดบริการในโรงพยาบาลต่างๆ เช่น โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลสำโรงทาบ จากการติดตามผล เช่น ที่โรงพยาบาลสำโรงทาบ มีผู้ป่วยเข้าคิวรอตรวจนานถึง 3 เดือน เป้าหมายต่อไปจะพัฒนาหลักสูตรให้ถึงระดับปริญญาโท โดยจะมีการศึกษาวิจัย อย่างเป็นระบบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพต่อไป

 นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า การแพทย์โฮมีโอพาธีย์เป็นการรักษาตามแนวธรรมชาติ มีราคาประหยัด ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมีความปลอดภัยสูง เช่น พืชสมุนไพร สัตว์ แร่ธาตุ สารเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิหรือคลื่นพลังงานชีวิตที่มีอยู่ แล้วในแต่ละบุคคล ทำให้เกิดกระบวนการเยียวยาและฟื้นฟูสุขภาวะตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับหลักการให้วัคซีนป้องกันโรค ปริมาณยาที่ใช้ในผลิตภัณฑ์โฮมีโอพาธีย์จะมีขนาดน้อยมาก โดยเจือจางด้วยน้ำหรือแอลกอฮอล์พร้อมกับการเขย่าผสมขึ้นลงในแนวดิ่ง จะเพิ่มความแรงและประสิทธิภาพยาให้สูงขึ้น ซึ่งต่างจากยาแผนปัจจุบันและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่ใช้ปริมาณของสารสำคัญเป็นตัวกำหนด

ทั้งนี้ สมุนไพรไทยที่ใช้ในการแพทย์โฮมีโอพาธีย์ มีทั้งหมด 920 ชนิด แต่ที่นิยมใช้บ่อยมี 5 ชนิด ได้แก่ ดาวเรืองฝรั่งใช้เพื่อห้ามเลือด ลดโอกาสติดเชื้อ กูดขนใช้ลดไข้ ต้านแบคทีเรีย อีหรุดแก้อาการฟกช้ำ พญามือเหล็กใช้บำบัดผู้ที่มีปัญหาจิตใจ และแสลงใจใช้แก้ไข้ ขับน้ำย่อย ทำให้เจริญอาหาร

 

ที่มาโดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 9 ธันวาคม 2553 14:25 น.

โมบายแอปพลิเคชัน

กรมการแพทย์แผนไทยฯ


สามารถติดต่อเราผ่าน Line

 

ได้แล้ววันนี้

ติดตาม กองการแพทย์ทางเลือก

ผ่านทางโซเชียลมีเดีย​ได้ที่

       


กองการแพทย์ทางเลือก
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
อาคาร 2 ชั้น 6 และชั้น 7 กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์ : 02-591-7007
โทรสาร : 02 – 149 – 5637

4526554
This Month : 28344
This Year : 312175
Total Users : 545945
Views Today : 2389
Total views : 2092635
Server Time : 2020-11-28